สหรัฐเรียกร้องรัสเซียชี้แจงการจับกุมชายอเมริกัน

รัสเซียอนุญาตให้เอกอัครราชทูตสหรัฐเข้าเยี่ยมพลเมืองอเมริกันซึ่งถูกจับกุมและดำเนินคดีฐาน “เป็นสายลับ” ด้านรัฐบาลวอชิงตันเรียกร้องการปล่อยตัวหากข้อกล่าวหา “ไม่เป็นความจริง”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่าน.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงเมื่อวันพุธ ว่ารัฐบาลมอสโกอนุญาตให้นายจอห์น ฮันต์สแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐ เข้าเยี่ยมนายพอล วีแลน พลเมืองอเมริกันซึ่งกำลังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเลโฟโตโว ในกรุงมอสโก หลังจากนั้นฮันต์สแมนสนทนาทางโทรศัพท์กับครอบครัวของวีแลน และยืนยันว่าอดีตนาวิกโยธินวัย 48 ปี “ยังแข็งแรงดี”

  ด้านนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัสเซีย เพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม “อย่างละเอียด” เกี่ยวกับการจับกุมและดำเนินคดีกับวีแลนในข้อหาจารกรรม ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกขั้นต่ำ 10 ปีและสูงสุด 20 ปี ว่าหากเป็นการควบคุมตัวและตั้งข้อหา “ที่ไม่สมเหตุสมผล” สหรัฐขอเรียกร้องให้รัฐบาลมอสโกปล่อยตัววีแลน “โดยเร็วที่สุด”

นายพอล วีแลน

ขณะที่สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ ( เอฟเอสบี ) รายงานเพียงว่าจับกุมวีแลน “ได้อย่างคาหนังคาเขา” เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา หมายความว่าการจับกุมเกิดขึ้นในขณะที่อีกฝ่าย “กำลังปฏิบัติการ” แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดเพิ่มเติมอีก ในอีกด้านหนึ่ง ครอบครัวของวีแลนเผยว่าบุตรชายเดินทางถึงกรุงมอสโกเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เพื่อร่วมงานแต่งงานระหว่างเพื่อนชายชาวอเมริกันกับหญิงชาวรัสเซีย ต่อจากนั้นมีกำหนดการเดินทางไปท่องเที่ยวต่อที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แล้วเดินทางกลับสหรัฐในวันที่ 6 ม.ค.นี้ โดยนอกเหนือจากเคยรับราชการในกองทัพระหว่างปี 2537 ถึง 2551 วีแลนยังเคยทำงานให้กับบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายแห่งหนึ่ง และเยือนรัสเซียแล้วหลายครั้งทั้งด้วยเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ตั้งแต่ปี 2550 จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด

แม้ประเด็นการจับกุมจารชนหรือ “สายลับ” ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทั้งสหรัฐและรัสเซีย แต่การจับกุมวีแลนโดยรัฐบาลมอสโกเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่หลายฝ่ายในสหรัฐยังคงตั้งข้อครหาว่าถูกรัสเซียแทรกแซงการเมืองภายใน โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 และข้อพิพาทระหว่างรัสเซียกับยุโรป จากกรณีที่อดีตสายลับแปรพักตร์ชาวรัสเซียซึ่งลี้ภัยอยู่ในอังกฤษได้รับอาวุธเคมี “โนวิช็อก” จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเดือนมี.ค. ปีที่แล้ว.