ปส.บุกรวบนายทุนใหญ่ชาวภารตะ แก๊งพ่อค้ายาข้ามชาติ

ชุดสยบไพรี ลุยจับ”นายทุนใหญ่แก๊งค้ายาเสพติด”คาบ้านพัก หลังพบเอี่ยวเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ เปิดร้านตัดสูท-ปล่อยเงินกู้บังหน้า ตร.ยันมีหลักฐานชัดมัดความผิด เมื่อวันที่ 6 มี.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร ร่วมกับ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสยบไพรี 61/4  เข้าจับกุม นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ชาวไทย สัญชาติ อินเดีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 

ในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์ หรือ แอมเฟตามิน ) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังสืบทราบว่า เป็นนายทุน ผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ที่บ้านเลขที่20/8 – 20/20 ซอยสุขุมวิท 39  แขวงคลองตัน เขตวัฒนากรุงเทพฯ พบเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ลักษณะเป็นบ้าน 2 หลังหันหลังชนกัน ในขณะเข้าตรวจสอบในบ้านพักพบนายฮาร์ปรีท ซิงห์ พร้อมภรรยา ลูกชาย และลูกสาว เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ และหมายค้น โดยมีภรรยา และลูกสาว ของนายฮาร์ปรีท ซิงห์ นำตรวจบริเวณชั้น 2 ด้านนายฮาร์ปรีทซิงห์ และลูกชาย ได้นั่งเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ บริเวณห้องรับแขก โดยทั้งสองสามารถพูด และสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ ซึ่งรับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ให่การปฏิเสธ  ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าการจับกุมผู้ต้องหา รายนี้สืบเนื่องมาจากการจับกุมไอซ์ 400 กก. เมื่อวันที่ 28 ก.ค.60ที่ผ่านมา ทำการขยายผลจนทราบว่านายฮาร์ปรีท ซิงห์ เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ให้กับผู้ต้องหาทั้ง 12 ราย ที่ตำรวจได้จับกุมไป ซึ่งนายฮาร์ปรีท ซิงห์ เป็นคนโอนเงินให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจำนวนเงินที่พบว่ามีการโอนในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน ซึ่งจะต้องขยายผลการจับกุมเพิ่มเติมว่ามีการโอนเงินไปแล้วเท่าไหร่  ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนและขยายผลเป็นเวลากว่า 8 เดือน จึงทราบว่า นายฮาร์ปรีท ซิงห์ มีเทคนิคคือทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า ตัดสูทย่านสุขุมวิท มีห้องเช่า ห้องแถว และปล่อยเงินกู้เพื่อบังหน้าแต่ภายหลังจะคอยโอนเงิน สนับสนุนให้กับรายย่อย โดยที่นายฮาร์ปรีท ซิงห์ จะไม่จับหรือครอบครองยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงไม่พบของกลาง โดยในวันนี้จะมีการเข้าตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดทั่วประเทศจำนวน 30 จุด พร้อมกัน โดยจะมีจุดใหญ่3 จุด ซึ่งเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับ นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ทั้งสิ้นพร้อมทรัพย์สินกว่า 160 ล้าน 
 
ด้านพล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาในลักษณะที่ไม่ครอบครองยาเสพติดถือว่าเป็นเรื่องยากจะต้องอธิบายและชี้แจงต่อศาลให้ชัดเจนและต้องมีหลักฐานที่หนาแน่นพอที่จะสามารถออกหมายจับได้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ หลักฐานสำคัญบ่งบอกเส้นทางการเงินของ นายฮาร์ปรีท ซิงห์ จึงสามารถออกหมายจับได้ ผู้ต้องหารายนี้ หากเปรียบได้ ก็เป็น พ่อของเอกอ้วน ซึ่งพ่อจะสั่งให้ลูกทำ อย่างน้อยตอนนี้สามารจับรายใหญ่ได้แล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการขยายผลการจับกุม ว่า ผู้ต้องหารายนี้เพิ่งกลับจาก ประเทศสิงคโปร์ เหตุที่ผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ไปทำอะไรที่ไหน และไปหาใคร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ไปสอบปากคำเพิ่ม ที่ กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลการจับกุมต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews